Search

 

Side Menu
Side Menu

 

 สถิติวันนี้ 34 คน
 สถิติเมื่อวาน 66 คน
 สถิติเดือนนี้
สถิติปีนี้
สถิติทั้งหมด
1867 คน
23975 คน
288192 คน
เริ่มเมื่อ 2011-08-07

 


 ปากน้ำกบินทร์บุรี

 

 

 

ต้องการมีเว็บไซต์สำเร็จรูป 499 บ. ต่อปี คลิ๊ก

โทร 087-8334416   คู่มือเขียนเว็บไซต์     

 

หญ้าปักกิ่ง

 

หญ้าปักกิ่งหรือหญ้าเทวดาเป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยววงศ ์ Commelinaceae ต้นสูง 7-10 ซม. บางทีสูงได้ถึง 20 ซม. ใบที่โคนต้นกว้างประมาณ 1 ซม. ยาวไม่เกิน 10 ซม. ใบตามลำต้นสั้นกว่าใบที่โคนต้น ดอก ออกเป็นช่อที่ยอดรวมกันเป็นกระจุกแน่น กลีบดอกสีฟ้าหรือม่วงอ่อน รูปไข่กลับ ยาว 3-5 ซม. กลีบนอกรูปไข่ ยาวประมาณ 4 มม. ใบประดับกลมยาวประมาณ 4 มม. ไม่ซ้อนกัน ร่วงง่าย เกสรตัวผู้ที่สมบูรณ์มี 2 อัน เกสรตัวผู้ไม่สมบูรณ์มี 3 อัน ก้านเกสรมีขนรังไข่รูปขนาน ยาวประมาณ 1 มม. เกลี้ยงก้านเกสรตัวเมีย ยาวประมาณ 3 มม. ผลรูปไข่เป็นสามเหลี่ยมปลายแหลมยาว 3-4 มม. มีเมล็ด 2 เมล็ด มีลายเป็นรัศมี หญ้าปักกิ่งมีถิ่นกำเนิดในประเทศจีนแถบสิบสองปันนา มีการนำเข้าและปลูกทั่วไปในประเทศไทย ชอบขึ้นที่ดินร่วนปนทรายแดดรำไร และน้ำไม่ขัง ยาจีนใช้หญ้าปักกิ่งในโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ ในประเทศไทยประมาณ 20 ปีที่แล้ว ผู้ป่วยโรคมะเร็งดื่มน้ำคั้นจากหญ้าปักกิ่งทั้งต้น เพื่อรักษาและบรรเทาอาการจากโรคมะเร็ง บางรายใช้หญ้าปักกิ่งร่วมกับการรักษาแผนปัจจุบัน เพื่อช่วยลดผลข้างเคียง ผู้ป่วยโรคมะเร็งที่ได้รายงานว่าใช้หญ้าปักกิ่งรักษาตนเองจากมะเร็งต่าง ๆ ปอดกระเพาะอาหาร มดลูก โพรงจมูกตับ เม็ดเลือดขาวเต้านม เนื้องอกในสมอง เป็นต้น

หญ้าปักกิ่งมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ Murdannia loriformis (Hassk.) Rolla Raoet Kammathy ขนใบของหญ้าปักกิ่ง

เมื่อสัมผัสอาจทำให้แพ้ มีอาการผื่นคัน ภายในใบหญ้ามีผลึกแคลเซียมออกซาเลทรูปเข็มจำนวนมาก และมีเกลืออนินทรีย์ของโซเดียม และโปตัสเซียมประมาณ 0.1% น้ำคั้นจากหญ้าปักกิ่งไม่ทำให้เกิดความผิดปกติในด้านการเจริญเติบโต เพื่อพิสูจน์ประสิทธิภาพในการรักษาโรคมะเร็งเบื้องต้น ได้ทำการวิจัยเพื่อแยกสารที่แสดงคุณสมบัติต้านมะเร็ง พบว่าหญ้าปักกิ่งมีกลุ่มสารที่แสดงฤทธิ์ยับยั้งเซลล์มะเร็ง (direct cytotoxicity) ต่อเซลล์มะเร็งเต้านม (ATCC HTB 20) และเซลล์มะเร็งลำไส้ใหญ่ (SW 620) ได้แก่ กลุ่มกลัยโคไซด์ และอะกลัยโคน สำหรับกลุ่มคาร์โบไฮเดรต และกรดอะมิโนไม่ได้ทำการตรวจสอบทำการแยกส่วนเด่นในกลุ่มกลัยโคไซด์

อย่างไรก็ตามฤทธิ์ยับยั้งเซลล์มะเร็งของหญ้าปักกิ่งค่อนข้างอ่อน จำเป็นต้องตรวจสอบคุณสมบัติต้านมะเร็งที่แสดงออกทางอ้อม โดยผ่านเซลล์ของระบบภูมิคุ้มกันงานวิจัยอยู่ในระหว่างการศึกษาวิจัย ดังนั้นเพื่อประเมินประสิทธิภาพในการรักษามะเร็งของหญ้าปักกิ่งจำเป็นต้อง ผ่านการทดลองทางคลีนิค เนื่องจากจะมีการพัฒนารูปแบบการใช้ที่ทันสมัยและแตกต่าง

แหล่งข้อมูล : องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้

 

สรรพคุณหญ้าปักกิ่ง

หญ้าปักกิ่ง สมุนไพรบำบัด รักษาโรค (เล่งจือเฉ้า) Murdannia IoriFormis (Hassk) Rolla Rao et Kammathy Commelinaceae

ลักษณะของหญ้าปักกิ่ง

หญ้า ปักกิ่ง เป็นไม้ล้มลุก สูงราว 10-30 ซ.ม. ใบเดี่ยว หนาเรียวคล้ายใบไผ่ ฉ่ำน้ำดอกเล็ก ๆ ออกที่ปลายต้น สีบานเย็น กลีบขาวแกมม่วง
หญ้าปักกิ่งมีกำเนิดในประเทศจีนตอนใต้ แถบสิบสองปันนา การขยายพันธุ์หญ้าปักกิ่งโดยการแยกหน่อ หรือเมล็ด หากจะนำมาปลูก ควรปลูกหญ้าปักกิ่งกับดินร่วนปนทราย และวางไว้ในที่ๆ มีแดดรำไร

สรรพคุณของหญ้าปักกิ่ง

หญ้า ปักกิ่ง เป็นสมุนไพรรักษาโรคครอบจักรวาล ชาวจีนสมัยโบราณใช้หญ้าปักกิ่งเป็นสมุนไพรรักษาโรคมาเป็นเวลาหลายพันปีแล้ว
ใช้บำรุงพลังปราณ ปรับสมดุลย์ร่างกาย เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน Activate Cells หญ้า ปักกิ่งรักษามะเร็งได้ในระดับหนึ่ง เช่น ในตับ ลำคอ มดลูก กระเพาะอาหาร ลำไส้
ต่อมน้ำเหลือง เม็ดโลหิต (ลูคีเมีย) รักษาไทรอยด์ ไตอักเสบ เบาหวาน ความดันโลหิตสูงหรือต่ำ โรคเส้นเลือดหัวใจตีบ โรคหัวใจ แก้ไอ ระงับปวด บำรุงหัวใจ
ไมเกรน ภูมิแพ้ ทำให้น้ำเหลืองแห้ง สามารถนำหญ้าปักกิ่งมาตำ แล้วพอกรักษาแผลต่างๆ เช่นงูสวัด เริม แผลเบาหวาน อีกทั้งยังช่วยระบบขับถ่ายดีมาก ฯลฯ (มีฮอร์โมน ,
เกลือแร่ , ไม่เป็นพิษระยะสั้น – ระยะยาว)

วิธีรับประทานหญ้าปักกิ่ง

สูตรดั้งเดิม นำหญ้าปักกิ่ง 3 ต้นทั้งราก ล้างให้สะอาด ใส่ครกใหม่ ๆ ที่ยังไม่เคยใช้ ตำให้ละเอียดแล้วผสมน้ำสุกที่เย็นแล้วประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ คั้นเอาแต่น้ำมาดื่ม ก่อนอาหารเช้าครึ่งชั่วโมง 1 ครั้ง ก่อนนอน 1 ครั้ง จะเห็นผลประมาณ 1 อาทิตย์จะรับประทานยาที่แพทย์สั่งขณะรับประทาน หญ้าปักกิ่งก็ได้ ถ้าท่านผ่านการฉายแสง หรือให้เคโมมาแล้ว มารับประทานหญ้าปักกิ่งก็จะไม่แพ้แสง และถอนพิษได้

สูตรมหิดล นำหญ้าปักกิ่ง 6 ต้นทั้งรากล้างให้สะอาด และน้ำ 4 ช้อนโต๊ะ ปั่นด้วยเครื่องปั่นน้ำผลไม้ คั้นแล้วแบ่งรับประทาน 2 มื้อ ก่อนอาหารเช้าครึ่งชั่วโมง 1 ครั้ง ก่อนนอน 1 ครั้ง

สูตรมยุรี นำหญ้าปักกิ่ง 1 กิโลกรัม ล้างให้สะอาดทั้งต้น ใบ ราก และดอก (ถ้ามี) ใช้น้ำสุกเย็นแล้ว 3 ขวดแม่โขงกลม ปั่นด้วยเครื่องปั่น (Blender) คั้นหญ้าปักกิ่งด้วยผ้าขาวบางสะอาด เอาแต่น้ำสีเขียวเข้มและฟอง กรอกใส่ขวด ปิดฝาให้แน่น เก็บเข้าตู้เย็น (ใต้ช่องแข็ง) ดื่มครั้งละ 1 แก้ว ก่อนอาหารเช้าครึ่งชั่วโมง 1 ครั้ง และก่อนนอน 1 ครั้ง ถ้าผสมน้ำผึ้งด้วย ก็จะได้รสชาติอร่อย หวาน หอมชื่นใจ (ส่วนกาก นำมาต้มแล้วคั้นดื่มแทนน้ำได้)

ยาอายุวัฒนะ นำหญ้าปักกิ่งที่ถอนมาสด ๆ พร้อมราก ล้างให้สะอาด ต้มกับน้ำ หลังเดือดแล้วให้เติมน้ำผึ้งพอประมาณ ดื่มวันละ 3 เวลา จะทำให้ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ มีสุขภาพแข็งแรง อายุยืนยาว

ป้องกันสารพัดโรค รับประทานหญ้าปักกิ่งสดๆ หรือปรุงเป็นอาหารจิ้มน้ำพริกกินก็ได้ รสอร่อยมาก ถ้ามีหญ้าปักกิ่งมากก็ใช้ทั้งต้น ถ้ามีน้อยก็ใช้วิธีลอกใบล่างๆ มารับประทานวันละ 14 ใบ

ข้อควรระวัง

ไม่ควรรับประทานของแสลง ซึ่งมีผลให้ฤทธิ์การรักษาโรคของหญ้าปักกิ่งอ่อนลง เช่น

ฟักแฟง

แตงกวา

มะระ

หัวไชเท้า

ปฏิกิริยาหลังรับประทานหญ้าปักกิ่ง

หลังรับประทานหญ้าปักกิ่งเป็นเวลา 1 อาทิตย์ หรือ 10 วัน อาจมีอาการต่างๆ เหล่านี้ : หงุดหงิด หรือ เป็นไข้ หรือ โมโหง่าย หรือ นอนไม่หลับ หรือ ปวดเมื่อย หรือ อาจจะมีน้ำเหลืองปนหนองออกทางอุจจาระ ส่วนปัสสาวะอาจมีกลิ่นเหม็นเหมือนน้ำล้างปลา

แต่ “ไม่” เป็นอย่างนี้ทุกคนหรือทุกอาการ และไม่เป็นนาน ไม่ต้องตกใจ เพราะหญ้าปักกิ่งกำลังออกฤทธิ์ โรคกำลังถูกปราบ

Tips & Trick ในการดื่มน้ำหญ้าปักกิ่งให้อร่อย

หลายท่าน คงพบปัญหาว่า น้ำหญ้านั้น เหม็นเขียว และดื่มยากเหลือเกิน กว่าจะดื่มได้หมดหนึ่งแก้ว … เราแนะนำให้ลองผสมน้ำผึ้ง โดยละลายน้ำผึ้งกับน้ำอุ่นเล็กน้อย แล้วจึงผสมน้ำหญ้าลงไปในแก้ว กะปริมาณหวานพอเมาะ

รับรองค่ะว่า น้ำหญ้าปักกิ่ง จะหอม หวาน และรับประทานได้ง่ายขึ้นเยอะเลยค่ะ FPRIVATE "TYPE=PICT;ALT=:)"

ข้อมูลอ้างอิงเกี่ยวกับหญ้าปักกิ่ง

สารานุกรมสมุนไพรไทย โดยอาจารย์วุฒิ วุฒิธรรม

คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

ประสบการณ์จริงจากผู้ที่ใช้หญ้าปักกิ่งในการรักษาโรคต่างๆ

หญ้าปักกิ่ง : ความเมตตา และความหวัง

สมุนไพรหญ้าปักกิ่ง เริ่มสะสมชื่อเสียงความนิยมมาอย่างเงียบๆ ในหมู่ญาติพี่น้องของผู้ป่วยที่เป็นมะเร็ง ใครๆ ก็รู้ว่าคนที่เป็นมะเร็งนั้นมีความรู้สึกเหมือนถูกโทษประหารชีวิต การรักษาแบบแผนปัจจุบันก็ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจนว่ารักษาหาย แต่กลับมีผลข้างเคียงจากการรักษาที่เห็นผลทันตาจากการฉายแสงหรือ เคโมเทอราปีส์ เมื่อมีอะไรที่เป็นทางเลือกและความหวังผู้ป่วยมะเร็งก็จะไม่รอช้าที่จะแสวง หา หญ้าปักกิ่ง เป็นสมุนไพรอีกตัวหนึ่งที่น่าสนใจ ที่สมควรเผยแพร่ให้ความรู้กับประชาชนเพราะเป็นหญ้าที่ปลูกง่าย เตรียมปรุงยาง่ายไม่ซับซ้อน ถ้าใช้ในปริมาณที่เหมาะสมก็มีความปลอดภัย ที่สำคัญคือประชาชนสามารถพึ่งตนเองได้

จากการสืบเสาะพูดคุย กับผู้รู้หลายๆ ท่าน เราพบว่าบุคคลหนึ่งซึ่งพอจะเป็นตำนานของหญ้าปักกิ่งในเมืองไทยได้คือ คุณลุงณรงค์ สุทธิกุลพาณิช ท่านเล่าว่าหญ้าปักกิ่งนั้นเป็นหญ้าจากมณฑลสิบสองปันนาของจีน แต่เผยแพร่เข้ามาเมืองไทยตั้งแต่เมื่อไรนั้นไม่ปรากฏ

การที่หญ้าปักกิ่ง เป็นที่รู้จักในหมู่ชน มีการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ มาสนับสนุนการใช้เพื่อเป็นสมุนไพรสำหรับผู้ป่วยมะเร็ง รวมทั้งมีการศึกษาว่าหญ้าปักกิ่งไม่เป็นพิษในขนาดที่มีการแนะนำให้รับ ประทานกันอยู่นั้น จะเกิดเสียมิได้เลย ถ้าไม่มีคนใจดีมีเมตตาพยายาม ที่จะเผยแพร่สมุนไพรต้นนี้ออกสู่สาธารณชน ด้วยจิตใจที่อยากจะช่วยคน โดยไม่หวังผลทางการค้า
ด้วยสติปัญญาที่ รอบคอบ และชาญฉลาดของคุณลุงณรงค์ สุทธิกุลพาณิช เมื่อท่านเห็นลูกน้องของเพื่อนหายจากโรคมะเร็งด้วยการใช้หญ้าปักกิ่ง ท่านจึงรวบรวมเพื่อนช่วยกันปลูกหญ้าปักกิ่ง มาแจกจ่ายให้คนที่ต้องการ โดยท่านแจกหญ้าปักกิ่งมาตั้งแต่ปี 2515 ร่วมสามสิบปีมาแล้ว ตั้งแต่สมัยที่ท่านทำงานอยู่ที่ธนาคารกรุงเทพ จนปัจจุบันที่ท่านอายุ 83 ปี

วิธีใช้และขนาดที่ คุณลุงณรงค์ แนะนำให้กิน คือ นำหญ้าปักกิ่งสดที่ล้างสะอาดแล้ว 3 ต้น มาตำให้ละเอียดแล้วเติมน้ำต้มสุก 2 ช้อนโต๊ะ กรองผ่านผ้าขาวบาง เอามาคั้นน้ำดื่ม วันละ 2 ครั้ง ก่อนอาหารเช้าครึ่งชั่วโมงและก่อนนอน ควรตำคั้นทำเป็นวันต่อวันดีที่สุด ไม่ควรทำจำนวนมากหรือทิ้งไว้ค้างคืน และมีคนไข้บางรายมีญาติที่ป่วยเป็นโรคมะเร็งอยู่ต่างประเทศ ขอร้องให้คุณลุงทำยาลูกกลอนหญ้าปักกิ่งให้ คุณลุงจึงทำเป็นยาลูกกลอนให้โดยให้รับรับประทาน 6 เม็ด วันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น ทางโรงพยาบาลเจ้าพระยาออภัยภูเบศร จึงได้นำยาลูกกลอนของคุณลุงณรงค์ มาชั่งหาน้ำหนัก แล้วบรรจุลงแคปซูลแทน เพื่อกันความชื้นหากต้องเก็บไว้นานๆ เพราะยาลูกกลอนชื้นง่าย

นอกจากคุณลุงจะแจก จ่ายหญ้าปักกิ่งให้กับผู้ป่วยมะเร็งแล้ว คุณูปการที่คุณลุงทำให้แก่แวดวงวิชาการด้านสมุนไพร คือ คุณลุงมีการบันทึกประวัติคนไข้ มีหลักฐานการใช้ มีการสัมภาษณ์อัดเทปไว้ กระตุ้นให้นักวิชาการกลุ่มหนึ่ง มีความเชื่อมั่นที่จะนำหญ้าปักกิ่งมาศึกษาวิจัยในห้องทดลอง ทั้งยังเป็นผู้สนับสนุนวัตถุดิบสมุนไพรให้กับนักวิชาการ เพื่อจะได้ไม่ต้องหยิบต้นผิดๆ มาทำการศึกษา
จนปัจจุบันพบว่า ในหลอดทดลองนั้นหญ้าปักกิ่งมีผลต้านเซลมะเร็ง พวกมะเร็งลำไส้ใหญ่และเซลมะเร็งเต้านม และที่สำคัญพบว่า หญ้าปักกิ่งมีฤทธิ์กระตุ้นภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง เจ้าภูมิคุ้มกันที่ว่านี้มันก็จะจัดการได้กับทุกเซลที่ผิดปกติไม่เลือกชนิด

แต่ทั้งนี้ไม่ได้ หมายความว่า หญ้าปักกิ่งรักษามะเร็งได้ทุกชนิด แต่น่าจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ป่วยมะเร็งบางชนิด โดยทำให้คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยดีขึ้น และช่วยให้ผู้ป่วยมีชีวิตที่ยืนยาวขึ้น

หญ้าปักกิ่งที่แจก จ่ายผ่านมือคุณลุงนั้นมิใช่ผู้ป่วยจะได้เพียงหญ้าปักกิ่ง ประสบการณ์ที่คุณลุงได้รับการบอกเล่า จากผู้ป่วยมะเร็งคนแล้วคนเล่าได้ถูกถ่ายทอด บางครั้งคำบอกเล่าของผู้ป่วยรายเก่าก็ถูกอัดใส่เทป เพื่อให้ผู้ป่วยรายใหม่ได้รับฟัง ก่อให้เกิดกำลังใจ และความหวัง ทั้งกำลังใจและความหวังนั้น จะทำให้ระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรง อันจะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะให้โรคที่เป็นอยู่มีอาการดีขึ้น
ความเป็นมิตรและการ ปลอบประโลม พร้อมคำแนะนำของคุณลุง ทำให้ประสบการณ์แห่งความสำเร็จ ในการเยียวยาความทุกข์ทรมานของผู้ป่วยมะเร็ง ด้วยหญ้าปักกิ่งเพิ่มจำนวนขึ้น คุณลุงกลายเป็นผู้ให้คำปรึกษา (counselor) แก่ผู้ป่วยมะเร็งที่เชี่ยวชาญคนหนึ่ง แน่นอนว่าผู้ป่วยบางท่านได้จากไป หลายคนก็มีอายุยืนยาวกว่าคำทำนายของแพทย์
แต่สิ่งที่เหมือน กันสำหรับผู้กินหญ้าปักกิ่ง คือ แม้จะได้รับการรักษาแบบแผนปัจจุบัน ผู้ป่วยเหล่านั้นก็ทุกข์ทรมานน้อยลง จากผลข้างเคียงของการฉายแสงและเคโมเทอราปีส์

หญ้าปักกิ่ง หญ้าเทวดา (ใจดี) จึงเป็นความหวังของผู้ป่วยมะเร็ง ปลูกง่าย พึ่งตนเองได้ ไม่มีพิษ แต่น่าเป็นห่วงว่า ปัจจุบันหญ้าปักกิ่งถูกนำมาขาย จนกลายเป็นธุรกิจที่ประชาชนอาจสับสนในข้อมูลต่างๆ ไม่ว่าเป็นเรื่องขนาดการกิน หรือวิธีใช้ที่มุ่งให้กินมากๆ เกินความจำเป็น หรือการปลูกที่อาจโด๊ปปุ๋ย หรือใส่สารเคมี

หญ้าปักกิ่งเป็นยา เย็นที่ช่วยปรับสมดุลแก่ร่างกาย เหมาะกับอากาศที่ร้อนอบอ้าวของเมืองไทย เราสามารถทำน้ำหญ้าปักกิ่งรับประทานได้เอง ก่อนหน้าที่วิธีการของคุณลุงณรงค์จะได้รับการเผยแพร่นั้น ยุคแรกๆ ของการแนะนำให้ใช้หญ้าปักกิ่งจะแนะนำให้ตุ๋น กินแต่น้ำ เป็นยาบำรุงสุขภาพและยังระบุว่า สามารถใช้ในผู้ป่วยมะเร็งได้เช่นกัน

วิธีการใช้หญ้า ปักกิ่งที่ดีที่สุด คงไม่พ้นในแบบของคุณลุงณรงค์ เพราะท่านมีข้อมลไว้มากที่สุด แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า วิธีอื่นจะใช้ไม่ได้ผล ก็จำไว้แต่ว่าหญ้าปักกิ่งเป็นยาเย็น ไปฉายรังสีมาก็ร้อน ใช้เคมีบำบัดมาก็ร้อน ถ้าคิดว่ากินยาเย็นก็ไม่น่าจะมีผลเสียอะไร

แหล่งข้อมูล : สำนักที่ปรึกษา กรมอนามัย

ปุจฉา วิสัชนา หญ้าปักกิ่ง

โลกของความรู้สมุนไพรในวันนี้ เป็นโลกขององค์ความรู้และประสบการณ์จากอดีตและปัจจุบันมาบรรจบกัน เหมือนกับคุณปู่คุณย่าปะทะสังสรรค์กับคนรุ่น D2B ที่มักเจอช่องว่างของการนำเอาความรู้มาใช้อย่างเหมาะสม อาจจะเนื่องด้วยสังคมวัฒนธรรมที่แปลเปลี่ยนไปตามกาลเวลา ทำให้ข้อมูลจากตำราและหมอยา เมื่อเจอการตลาดและการผลิตแบบใหม่ ซึ่งเป็นสังคมบริโภคและค้าขายอย่างรุนแรง ทำให้ประโยชน์กลายเป็นผลข้างเคียงได้ง่ายๆ

ปัจจุบันนี้มีข่าวเกี่ยวกับการใช้สมุนไพรแล้วเกิดอันตรายอยู่เนืองๆ ที่กำลังดังและเป็นข่าวล่าสุดเกี่ยวกับการใช้หญ้าปักกิ่ง ซึ่งเป็นทางเลือกของผู้ป่วยมะเร็งนั่น มีผู้สอบถามเข้ามายังมูลนิธิสุขภาพไทยซึ่งดำเนินงานเป็นสำนักเลขาฯ ให้กับชมรมหญ้าปักกิ่ง ชมรมนี้เกิดจากผู้อาวุโสใจกุศลจำนวนหนึ่ง โดยเฉพาะคุณลุง ณรงค์ สุทธิกุลพาณิช ปรารถนาเผยแพร่แนวทางเลือกให้กับผู้ป่วยมะเร็ง

กว่า 1-2 ปีที่ผ่านมามีผู้สอบถามถึงวิธีใช้ และแหล่งหาหญ้าปักกิ่งจำนวนมากรายจนรับโทรศัพท์ไม่ไหว จนระยะหลังนี้มีข่าวว่า ผู้ใช้หญ้าปักกิ่งแล้วเกิดอาการมือเท้าอ่อนแรง ทำให้ผู้สงสัยสอบถามมากขึ้น

ซึ่งเรามาทำความเข้าใจในเหตุการณ์นี้ จาก ประสบการณ์และข้อมูลของทางมูลนิธิ คงจะบอกต่อให้เกิดการใช้ที่ถูกต้องได้ว่า หญ้าปักกิ่งเป็นสมุนไพรซึ่งมาพร้อมหลักการหรือทฤษฎีการแพทย์แบบตะวันออก ซึ่งไม่ได้มีเพียงสารสำคัญของตัวยา แต่สมุนไพรแต่ละชนิดมีคุณสมบัติร้อนหรือเย็นด้วย เหมือนรสยาไทยที่มี 9 รส ดังนั้น หญ้าปักกิ่งเป็นสมุนไพรที่มีคุณสมบัติเย็น เหมือนกับสมุนไพรชนิดอื่นที่มีคุณสมบัติเย็น เช่น ต้นฟ้าทลายโจร

เมื่อหญ้าปักกิ่งมีคุณสมบัติทางยาเช่นนี้ ผู้ที่กินยาแล้วมีสภาพร่างกายเย็นเป็นพื้นฐาน เมื่อดื่มน้ำคั้นหญ้าปักกิ่งเข้าไป อาจมีอาการข้างเคียง เช่น เป็นตะคริว มือเท้าไม่มีแรง และอาจมีอาการท้องอืดเฟ้อด้วย ซึ่งองค์ความรู้ที่สะสมมาหรืออาจพูดได้ว่าภูมิปัญญาแบบตะวันออกนั้น มีทางแก้ไขไว้ด้วยการผสมขิงแก่ซึ่งมีคุณสมบัติร้อนลงไปผสมกับหญ้าปักกิ่ง

วิธีการที่เป็นรูปธรรมคือ วิธีใช้หญ้าปักกิ่งจะใช้ ต้นหญ้าปักกิ่ง 2-3 ต้น ล้างน้ำให้สะอาด นำมาตำให้ละเอียดในครกดินเผาหรือครกไม้ (ควรเป็นครกใหม่) แล้วเติมน้ำสุก 2 ช้อนโต๊ะ จากนั้นกรองด้วยผ้าขาวบาง นำน้ำคั้นมาดื่มวันละ 2 ครั้ง ก่อนอาหารเช้าครึ่งชั่วโมง และก่อนนอน

แต่ท่านใดที่เป็นคนมีธาตุเย็น หรือกินไปแล้วเริ่มมีอาการดังว่า ต้องผสมขิงแก่ลงไป 2-3 ชิ้นตำพร้อมกับหญ้าปักกิ่ง เพื่อลดความเย็นของหญ้าปักกิ่งนั้นเอง

ข้อสังเกตอีกประการหนึ่งของผู้ใช้หญ้าปักกิ่งแล้วเกิดอาการข้างเคียงคือ การกินยาในปริมาณที่มากเกินไป เนื่องจากมีผู้ป่วยหลายรายใช้หญ้าปักกิ่งเป็นกิโลกิโลตำคั้นน้ำดื่มวันละ หลายแก้ว ซึ่งเท่ากับกินยามากเกินไป ซึ่งอาจทำให้ร่างกายเย็นจัด จึงเกิดอาการข้างเคียงได้ง่าย

หลักการกินยาคงเป็นหลักสากลที่ผู้ป่วยและญาติต้องสังเกตุร่างกายของคนไข้ว่า หลังกินยาแล้วมีอาการข้างเคียงอย่างไร เพื่อที่จะปรับลดหรือเปลี่ยนตำรับยา หากเราเข้าใจคำว่าประกอบโรคศิลปะ หรือการรักษาโรคนั้นต้องอาศัยทั้งศาสตร์และศิลป์ การปฏิบัติเวชกรรมแผนตะวันออกหรือแผนไทยแต่เดิมนั้น ก็เป็นการรักษาหรือจัดยาสมุนไพรให้เข้ากับอาการและธาตุประจำตัวของแต่ละคน ซึ่งทั้งหมอและผู้ป่วยจำเป็นต้องร่วมมือในการดูแลสุขภาพร่วมกัน

และสิ่งสำคัญยิ่งของการใช้ยาในโลกของข้อมูลข่าวสารที่ไหลบ่าจนเราไม่สามารถ แยกแยะได้ว่า อะไรเหมาะสมนั้น ขอให้ผู้ใช้ยาสมุนไพรพึ่งเข้าใจว่า หากท่านไม่มีความรู้อย่าไปปรับปรุงพลิกแพลงสูตรยา เช่น การ คั้นน้ำดื่มเพียง 2 ช้อนโต๊ะ แต่ท่านเข้าใจว่าถ้ามากกว่านี้น่าจะทำให้ตัวยาออกฤทธิ์ได้มากขึ้น จึงผสมตัวยาให้มากขึ้นซึ่งเป็นความเข้าใจผิด และจำนวนหรือความถี่ของการใช้ยาก็มีความสำคัญเช่นกัน อย่าไปนึกคิดเอาเอง

ฝากไว้สำหรับท่านที่กินหญ้าปักกิ่งเข้าไปภายใน 7-10 วันแรก อาจจะมีอาการหงุดหงิด นอนไม่หลับ โมโหง่าย บางรายอุจจาระหรือปัสสาวะมีสีเหลืองเหมือนน้ำล้างปลา (ไม่ได้เป็นทุกคน) อาการเช่นนี้จะเป็นอยู่ระยะหนึ่ง แล้วจะหายไปเอง เพราะตัวยากำลังออกฤทธิ์ แต่ถ้าท่านใดมีอาการข้างเคียงมากกว่าหรือดูรุนแรงกว่า ก็ควรหยุดยา เพราะร่างกายอาจไม่เหมาะกับยา

และหญ้าปักกิ่งไม่ใช่ยามหัศจรรย์ ซึ่งยังไม่มียาอะไรในโลกนี้ที่เป็นยาวิเศษขนาดนั้น ดังนั้น ถ้าท่านใดกินยาเกินกว่า 20 วันแล้ว ไม่มีข้อสังเกตว่าอาการของโรคดีขึ้นบ้าง แสดงว่ายาไม่ถูกกับโรคเช่นกัน ควรจะหยุดยา หรือเปลี่ยนเป็นยาอื่น

ประสบการณ์ของผู้ใช้หญ้าปักกิ่งหลายรายประสบความสำเร็จ และมีอีกหลายรายอาการดีขึ้น แต่ก็มีที่ไม่ประสบความสำเร็จเช่นกัน หญ้าปักกิ่งจึงเป็นสมุนไพรทางเลือกในสังคมแบบตะวันออกที่เชื่อว่า การดูแลรักษาสุขภาพอาศัยการรักษาแบบองค์รวม ซึ่งจำเป็นต้องได้รับความร่วมมือของผู้ป่วย ญาติ การทำสมาธิ ปรับเปลี่ยนอาหารและวิถีชีวิต ซึ่งสมุนไพรเป็นตัวแทนรูปธรรมของแนวทางเช่นนี้

สมุนไพรให้คุณมาก แต่ถ้าใช้ไม่ถูกวิธี เกิดโทษได้เช่นกัน

แหล่งข้อมูล : สมุนไพรดอทคอม


คลิ๊กนี้มีความหมาย